-BlahBlah

Line Rider เกมส์ง่ายๆ ด้วยจินตนาการผู้เล่นที่ไร้ขีดจำกัด

พอดีได้มีโอกาสไปรู้จักเกมส์บนเว็บไซต์หนึ่ง

จริงๆ แล้วเกมส์นี้โด่งดังมากทีเดียว แต่ผมก็พึ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกนี่แหละ

ซึ่งได้ยินมาว่าเกมส์นี้ถูกค่ายเกมส์ซื้อลิขสิทธิ์ไปทำบนเครื่อง DS แล้ว

ไม่มีเงินซื้อก็เล่นบนเว็บเอาก็ได้ครับ ก็เป็นเกมส์สนุก ออกแนวขำนิดๆ

ตัวเกมส์ก็ไม่ได้มีวิธีการเล่นที่ซับซ้อนอะไรมาก แค่คุณวาดเส้นได้ก็สนุกละ

ดังชื่อเกมส์นะแหละ นักบิดบนเส้นดินสอ (อันนี้ตั้งเอง)

เกมส์นี้ค่อนข้างอิสระต่อการเล่น ผู้เล่นจะวาดเส้นขึ้นโดยมีเจ้า Rider นี่แหละที่เป็นตัวเอกพร้อมพาหนะคู่ใจ คือ รถเลื่อน

ซึ่งเจ้า Rider ก็จะวิ่งตามเส้นที่เราวาด นะแหละครับ วาดแบบไหนก็วิ่งตามนั้น แต่วาดให้เค้าวิ่งได้ด้วยละ

ผมว่าเกมส์นี้ต้องใช้จินตนาการค่อนข้างสูงนะครับ เพราะเราต้องวาดภาพในสมองของเราว่าจะให้เจ้า Rider วิ่งไปยังไง

ถ้าอยากเห็นวิธีการเล่นระดับเทพก็ต้องนี่เลย เข้าไปดูคลิปที่นี่นะครับ รับรองทึ่งแน่ๆ

Line Rider ระดับเทพ!! <<< เข้าไปดูได้เลยครับ

ส่วนอันนี้เป็นเว็บไซต์เข้าไปเล่นเกมส์นะครับ ลองดู ครับ

Line Rider <<< เข้าเกมส์ที่นี่

ขอขอบคุณ

Line Rider Official Website

http://www.official-linerider.com

หนูตัวหนึ่งแอบมองลอดรอยแตกของกำแพง
เพื่อดูว่าชาวนากับภรรยาของเขาแกะห่ออะไร
จะเป็นอาหารอะไรหนอ เจ้าหนูสงสัย มันแทบล้มทั้งยืน
เมื่อรู้ว่าสิ่งนั้นคือ กับดักหนู!

มันจึงวิ่งหัวซุกหัวซุนไปที่ทุ่งนา แล้วส่งเสียงร้องเตือน
มีกับดักหนูอยู่ในบ้าน! มีกับดักหนูอยู่ในบ้าน!
แม่ไก่ร้องกุ๊กๆ และคุ้ยเขี่ยไปมา มันผงกหัวขึ้นแล้วพูดว่า
คุณหนู นี่คงเป็นเรื่องเศร้าสำหรับเธอ
แต่มันไม่มีผลอะไรกับฉันหรอกนะ อย่ากวนใจกันเลย

เจ้าหนูวิ่งไปหาหมูและบอกแก่มัน
มีกับดักหนูอยู่ในบ้าน! มีกับดักหนูอยู่ในบ้าน!
หมูเห็นอกเห็นใจ แต่ก็พูดว่า
ฉันขอโทษนะคุณหนู แต่ฉันคงทำได้แค่สวดมนต์เท่านั้น
ไม่ต้องห่วงฉันจะสวดมนต์ให้เธอด้วย

เจ้าหนูวิ่งไปหาวัว และพูดว่า
มีกับดักหนูอยู่ในบ้าน! มีกับดักหนูอยู่ในบ้าน!
วัวตอบว่า โธ่! คุณหนู ฉันก็เสียใจด้วยนะ
แต่มันไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับฉันนี่

ดังนั้น เจ้าหนูจึงกลับเข้าบ้าน
นอนลงและเศร้าใจเหลือเกินที่จะต้องเผชิญหน้ากับกับดักหนูเพียงลำพัง
กลางดึกคืนนั้น เสียงๆ หนึ่งดังก้องไปทั้งบ้าน
ฟังเหมือนเสียงกับดักหนูได้จับเหยื่อของมันแล้ว
ภรรยาของชาวนารีบรุดไปดูว่าอะไรที่ถูกจับ
ในความมืดนั้น เธอไม่เห็นว่ามีงูพิษถูกกับดักนั้นหนีบหางเอาไว้
งูกัดภรรยาของชาวนา ชาวนาจึงรีบพาเธอไปส่งโรงพยาบาล
ตอนกลับบ้านเธอมีไข้สูง

ใครๆ ก็รู้ว่าเราต้องพยาบาลคนป่วยด้วยซุปไก่ ดังนั้น
ชาวนาจึงหยิบขวานเดินไปที่ทุ่งเพื่อทำหาวัตถุดิบหลักของซุป
แต่อาการป่วยของภรรยาก็ยังไม่ดีขึ้น
เพื่อนฝูงและเพื่อนบ้านต่างมาเยี่ยมดูใจ
เพื่อเลี้ยงอาหารพวกเขา ชาวนาจึงฆ่าหมูซะ
ภรรยาของชาวนาก็ยังไม่หาย ในที่สุดเธอก็ตายลง
ผู้คนมากมายต่างมางานศพของเธอ
ชาวนาจึงฆ่าวัวเพื่อให้ได้เนื้อมากพอมาเลี้ยงแขก

เจ้าหนูมองลอดรอยแตกของกำแพงด้วยความเสียใจสุดแสน

คราวหน้า หากคุณรู้ว่าใครสักคนกำลังเผชิญปัญหาและคิดว่า
ไม่เกี่ยวกับคุณสักหน่อย
จำไว้นะว่า เมื่อพวกเราคนใดคนหนึ่งถูกคุกคาม
เราทุกคนต่างตกอยู่ในอันตราย!
เพราะทุกคนล้วนเกี่ยวพันกันอยู่ในการเดินทางที่เรียกว่า ชีวิต
เราต้องคอยเฝ้าดูแลกันและกัน และพยายามให้กำลังใจอีกคนเข้าไว้
จงบอกต่อข้อความนี้ให้แก่คนที่เคยช่วยคุณและบอกให้เขารู้ว่า
เขาสำคัญต่อคุณขนาดไหน
จำไว้เถอะ เราแต่ละคนก็คือด้ายเส้นสำคัญบนผืนพรมของผู้อื่น
นั่นเป็นเหตุผลที่ชีวิตของเราถูกถักทอเข้าไว้ด้วยกันไงล่ะ

ที่มา Forward mail จากเพื่อน ดอย


edit @ 2007/07/16 11:18:18

โคจรมาอีกครั้งกับวันศุกร์ที่ 13 ที่ทุกตนทราบกันว่าเป็นวันแห่งโชคไม่ดี
หรือแบบที่ภาษาพูดเรียกว่า"วันแห่งความซวย"

ทำไมมันต้องเป็นวันนี้ด้วย มันอาจจะเป็นวันที่โชคดีของใครหลายๆ คนก็ได้
แล้วทำไมฝรั่งจึงเชื่อว่าวันนี้เป็นวันไม่ดีนะ .....?


คำตอบ...

ความเชื่อว่าเลข 13 เป็นเลขอัปมงคลนั้นมีที่มาจากศาสนาคริสต์
ในยุคต้นๆ ที่กล่าวกันว่าอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูคริสต์
หรือที่เรียกกันว่า เดอะ ลาสต์ ซัปเปอร์ (The Last Supper) นั้น
มีผู้ร่วมโต๊ะพร้อมหน้ากับพระองค์รวม 13 คน
บวกกับความเชื่อที่ว่าวันศุกร์เป็นวันโชคร้าย
ก็เพราะวันศุกร์เป็นวันที่พระเยซูคริสต์ถูกตรึงกางเขน
และเป็นวันที่อดัมและอีฟละเมิด กัดแอปเปิ้ลต้องห้ามของพระผู้เป็นเจ้าในสวนเอเดน
จนต้องถูกขับไล่ออกมา ยิ่งกว่านั้นยังเชื่อว่าเป็นวันที่ทั้งอดัมกับอีฟล้มหายตายจากโลกอีกด้วย

ดังนั้นถ้าเมื่อใดที่วันศุกร์มาตรงกับวันที่ 13 จึงเหมือนกับเป็นวันมหาอัปมงคลเลยทีเดียว
นอกจากนี้ยังมีความเชื่อกันอย่างกว้างขวาง
เช่น นักเดินเรือจะไม่ออกเรือในวันที่ 13
หรือห้องพักตามโรงแรมต่างๆในยุโรปจะไม่มีห้องเบอร์ 13
ที่ประเทศตุรกีเป็นเอามาก คือตัดเลข 13 ออกไปจากสารบบตัวเลขเลยทีเดียว
ตึกบางแห่ง รวมถึงในไทยก็ไม่มีชั้นที่ 13 ตัวลิฟต์ก็จะไม่มีปุ่มกดชั้นที่ 13

ในประเทศบางประเทศอย่าง กรีซ สเปน
ถือเอาวันอังคารที่ 13 เป็นวันโชคร้ายเช่นกัน
สำหรับโรคกลัววันศุกร์ที่ 13 มีชื่อเรียกว่า "Paraskavedekatriaphobia"
หรือ paraskevidekatriaphobia หรือ friggatriskaidekaphobia
ซึ่งเป็นอาการหนึ่งของโรค triskaidekaphobia คือ โรคกลัวหมายเลข 13

ขอขอบคุณแหล่งที่มา
มติชนและท่าน hakuna แห่ง Devacurse


จริงๆ แล้วทั้งหมดก็มาจากความเชื่อในสมัยเก่าก่อน
ซึ่งบางความเชื่ออาจอิงมาจากหลักศาสนา ทำให้ยิ่งเกิดมลขลังมากยิ่งขึ้น

แต่ของอย่างนี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ละกันนะครับ ^_^


edit @ 2007/07/13 15:01:53